วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ลบรูปจากกล้องทิ้งไป แล้ว memory ไว้ในความทรงจำ

















           Post นี้ ไม่มีอะไรครับ แค่เอารูปเก่ามาลงเฉยๆ แบบว่า มีโปรแกรมจะไปกระบี่อีกตอนเดือนกันยายน (หน้าฝนอีกแล้ว) ก็เลยนั่งเปิดรูปเก่าที่ไปมาเมื่อปีที่แล้วดู ก็เห็นว่าสดใสดีเลยเอามาลงเล่นๆในบล๊อคครับ
           ที่มาของทริปนี้(2013) คือ ตอนที่ไปเมื่อครั้งก่อน ผมติดใจมาก บวกกันยังไม่ได้ไปทริปเกาะห้อง เลยตั้งใจว่าต้องไปอีกให้ได้ และ บังเอิญว่าตอนที่ผมอยู่กระบี่ตอนนั้นแอร์เอเชียเปิดโปร เส้นทางกระบี่ 266 บาทพอดี จองซิครับ รออะไร 5555 ... นี่ ก็ได่แต่ภาวนาว่า ตอนที่จะไปฝนอย่าตกละกัน เพราะคราวนี้ 3 วัน 2 คืน วันที่สองนี่ถ้าฝนตก จบกันเลยล่ะเออ!!!....


วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Nakorn-nayok by VGI Global Media.














 
          6-8 มิถุนายน 2556
          เป็นอีกครั้ง ที่ผมออกเดินทาง แต่เป็นครั้งแรก ที่การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อต่อลมหายใจ แต่ทางกลับกัน ผมกลับรู้สึกเหว่ว้ากับเรื่องราวบางเรื่อง จนแทบจะขาดใจ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาขวางทางหายใจของผมอยู่
          วันแรกที่เราทำกิจกรรมสัมนา ก็ไม่มีอะไรมาก มีเพียงแค่การทานอาหารและไหว้พระพิคเณศวร ที่อุทยานพระพิคเณศวร ส่วนใครที่ลงชื่อล่องแก่งไว้ ก็จะมีโอกาสได้ไปสนุกสนานกับการล่องไหลไปตามสายน้ำแห่งเมืองนครนายกอีกด้วย แต่ผมขอบายนะ นั่งจิบเชียร์ชิลๆที่ร้านอาหารดีกว่า กับข้าวฟรีตลอดงาน
          ตกค่ำวันที่ 6 หลังทานอาหารเสร็จ ผมก็ได้มานั่งซ้อมเพลงเชียร์ตามห้องเชียร์ต่างๆ ผมอยู่สีชมพูครับ ซ้อมเพลงเชียร์แค่ 4 เพลง ระหว่างนี้ก็จิบลีโอไปเพลินๆ ตลอดการซ้อมเชียร์ บอกตรงๆว่าฟิน!!! ก็ซ้อมอยู่ไม่นานอ่ะครับ ก็กลับมาที่ห้องอาบน้ำอาบท่า นัดเจอเพื่อนๆ ที่ห้อง D11 (ผมอยู่ D9) พอได้เวลา ปาร์ตี้ก็เริ่มครับ ผมดื่มทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น red แสงโสม 285 เบียร์ลีโอ เบียร์สิงห์ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า บางแก้วมีเพียวด้วยแหละ เออ.... ระหว่างกินก็เมาไป ร้องเพลงไปอัดคลิปตัวเองร้องเพลงด้วย จำได้ว่าเป็นเพลงหยุด ใครอยากดูติดต่อมาหลังไมค์นะครับ 5555 ... จบคืนแรก พวกเราทุกคนต่างเมามายกันถ้วนหน้า เพื่อนผมบางคนถึงกับภาพตัดก็มี อันนี้อันตรายสุดๆเน้อ ...
          วันที่ 7 วันที่สองของการสัมนา วันนี้ทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ชาว VGI ทั้ง 500 คนจะต้องแยกกระจายออกจากกัน ช่วงเช้าเป็นการสัมนาเชิงวิชาการ ตกบ่ายที่ตอนแรกเหมือนฝนทำท่าจะตกแต่สุดท้ายก็ไม่ตก จนกระทั่งกิจกรรมการแข่งขันกีฬาต่างๆเสร็จเรียบร้อย ผมและสหายต่างก็แยกย้ายเข้าห้องพัก(ก่อนเวลา ... ช่วยไม่ได้เรามันเด็กหลังห้อง) บางคนก็อาบน้ำ บางคนก็ออกไปหาซื้อเสบียงสำหรับตอนเย็น อย่างเช่นผม ฮ่าๆๆ ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปกันซะหน่อย ก็ได้มาแบบกระโดดย้องแย้งๆๆๆ 55555 ตกดึก เพื่อนๆ ก็จิบสุรากันเช่นเคย ส่วนผมเองวันนี้ขอบายครับ จะคุยโทรศัพท์(เฟสในมือถือ)  บวกกับเบื่อๆด้วย แต่สุดท้ายก็นอนดึกอยู่ดีแหละครับ อิอิ คือไม่ยอมไปนอน จนกว่าจะมีคนไล่ไปนอนอ่ะ...
          วันที่ 8 วันสุดท้ายของการสัมนา ตื่นมาตั้งแต่ 7 โมง อาบน้ำแต่งตัว ดูหน้าตัวเอง โห โคตรโทรม ตาแดงกร่ำ ไม่รู้เป้นเพราะนอนน้อยหรือเป็นต้อลมอย่างที่หมอบอก อาบน้ำเสร็จก็ปลุกเพื่อนๆไปกินข้าว เราไปกินเป็นกลุ่มท้ายๆพอดีครับ อาหารเริ่มหมด ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับกรุงเทพฯกัน ซึ่งแน่นอนว่า VGI เรารักการเที่ยวครับ จึงได้ไปแวะไหว้พระที่วัดหลวงพ่อปากแดง ซึ่งที่นี่ผมเองก็มีโอกาสได้ขอพรให้คนที่ผมรักรวมทั้งทำบุญใส่บาตรตามปีเกิดของบุคคลต่างๆ ที่ผมรัก มีตามปีดังนี้ครับ ปีวัว(ตัวเอง) ปีเสือ ปีกระต่าย ปีหมูและปีไก่ ครับ ระหว่างนี้ใครจะช้อปปิ้งที่ตลาดโรงเกลือ2 ตรงปากทางเข้าวัดก็ไม่มีปัญหาอะไร สุดท้าย เราก็บึ่งรถเข้ากรุงเทพ ตอนที่ผ่านดอนเมือง ผมเห็นเครื่องบินนกแอร์ลำนึง กำลังแลนดิ้ง ก็นั่งนึกในใจว่ามาจากไหนกันนะ ... คนที่เราคุ้นเคยหลายๆคนก็ชอบนั่งนกแอร์ซะด้วย ^^
          ตกเย็นแบบสุดๆ เราก็ มาถึงออฟฟิศโดยสวัสดิภาพครับ รถ 10 บัส บัสละ 50 คน ผมเลยเลือกที่จะนั่งเล่นเนตที่ตึกรอก่อนดีกว่า คนเยอะเกิ๊น คงไม่มีแทกซี่หรอก ...


iSSAMEe 

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Lonely














Who??? : iSSAMEe
What??? : Travel with alone.
Where???: Wat Mongkol Bophit , Ayudhaya.
When??? : Jun 1 ,2013
Why??? :  I feel lonely.
How??? : Depart from BKK by the rapid train no.109 
and arrived to BKK by AIR con. bus route no.901


iSSAMEe


วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บัวสี่เหล่า กับรักของผม


          ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านแบ่งดอกบัวออกเป็น 4 เหล่าครับ บัวพ้นน้ำคือกลุ่มที่เจริญที่สุด ส่วนกลุ่มใต้ตม คือกลุ่มที่ ต่ำต้อยที่สุด ซึ่งกลุ่มนี้ นอกจากจะไม่มีโอกาสพ้นผิวน้ำแล้วยังจะต้องถูกเป็นอาหารของเหล่าปูปลาน้อยใหญ่อีก

          แต่ถ้าพูดถึงความรักแล้ว ผมยกย่องคนที่ทำตัวเป็นบัวใต้ตมนะครับ เพราะคนกลุ่มนี้ ยึดมั่น และซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง  ไม่หวั่นกลัวว่าจะต้องเจ็บช้ำจากการโดนกัดกิน ถามว่าเจ็บมั้ย บางทีมันก็โคตรเจ็บครับ แต่มันต้องทน เพื่อรักษาความเป็นปัจจุบันให้นานที่สุด

          โพสนี้ ผมจะไม่ปล่อยสู่ข้างนอกครับ จนกว่าจะถึงวันที่ผมเห็นว่าสมควรแล้ว ผมจะจะปล่อยออกไป แต่ที่เขียนขึ้นมาในวันนี้ เพราะแค่อยากตอกย้ำความรู้สึกตัวเองว่ายังมีสติ และกำลังทำอะไรอยู่ ก็เท่านั้นครับ

iSSAMEe
May 20,2013



         
         

ChiangMai with my MoM.....

วิวเมืองเชียงใหม่ จากจุดชมวิว ทางขึ้นดอยสุเทพ

สนามบินเชียงใหม่ จากจุดชมวิว ทางขึ้นดอยสุเทพ

นายแม่ กับน้องผักกาด และพระธาตุดอยสุเทพ

นายแม่กำลังสรงน้ำพระธาตุองค์จำลอง

นายแม่กำลังเคาะระฆังบนวัดพระธาตุดอยสุเทพ เอาฤกษ์เอาชัยกันหน่อย

คุณหลาน ก็เอาบ้าง

อันนี้ จำชื่อไม่ได้จริงๆ ว่าเค้าเรียกว่าอะไร แต่ข้างในสวยดีครับ

วิว สนามบินและเมืองเชียงใหม่อีกมุม จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ

รับพรก่อนกลับ

มาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้วนายแม่ ขายิ่งไม่ค่อยดี น่าสงสารสุดๆ

วัดโลกโมฬี สวยงามมากๆ มีโอกาส ต้องกลับไปอีกให้ได้

อีกหนึ่งความสวยงามของวัดโลกโมฬ๊ แน่นอนว่าที่นี่ผมขอพรเผื่อทุกคนแล้ว

ผักกาดกำลังเขียนชื่อครอบครัวของเรา ลงบนผ้าที่ห่มองค์พระธาตุ
ส่วนผม ก็เขียนชื่อคนของผมเช่นกัน

หมดทริปวันแรกครับ ดอยสุเทพ - วัดโลกโมฬี


          อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นอีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างขวางครับ กินเนื้อที่หลายอำเภอ มีแหล่งท่องเที่ยวที่เรารู้จักกันดี เช่น อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ รวมไปถึงม่อนแจ่มอีกด้วย แต่วันนี้เราจะไปเที่ยวอุทยานแห่ชาติดอยสุเทพกันครับ
         เริ่มเเรก ผมเรียกรถแดงก่อนครับ บอกว่า ไป ส่งบนดอยสุเทพแล้วรับกลับมาส่งที่เดิม เหมาเลยไม่มีคนอื่นขึ้น เอาเท่าไร พี่โชเฟอร์บอก 600 บาท ผมก็เหรอครับ 400 ได้มั้ย พี่บอก งั้น 450 ผมบอกเค งั้นไม่ไปละ ไปส่งที่ท่ารถสองแถวตีนดอยพอ ผมหารถตรงนั้นเอง คนละ 40 บาท พี่โชเฟอร์เลยบอก อะเครๆงั้น 400 ก็ได้ -_-" ห่า 400 แต่แรกก็จบและ ไม่ต้องคุยกันนาน จริงๆควรจะ 350 ด้วยซ้ำ
          ก็นั่งๆกันไป วันนั้นโชคดี แดดไม่ร้อน พอถึงหน้าวัด แม่ก็ขึ้นลิฟท์ ราคา 40 บาท ขึ้น-ลง ตั๋วใบเดียวกัน ไหว้พระขอพรเสร็จสรรพ ก็เดินเล่นกันซํกพัก ถ่ายรูป แล้วก็ลงมาข้างล่าง มาที่วัดโลกโมฬี วัดนี้ มีความเป็นล้านนาแบบโบราณครับ สวยงาม ดูเยือกเย็น ทุกครั้งที่มาที่นี่ผมจะนึกถึงเพลงล่องแม่ปิงตลอด ก็บรรยากาศมันเย๊นเย็นนี่ครับ แหะๆ
         ที่วัดโลกโมฬี เราไหว้พระขอพรเผื่อคนที่เรารักกันแปบนึง แล้วก็เดินทางกลับ รร. ครับ วันนี้แม่เหนื่อยมาก ทำให้แผนการไปถนนคนเดินสำหรับคุณแม่ต้องล่มไป ผมและผักกาด จึงต้องไปเดินกันเพียง 2 คน ปล่อยแม่เฝ้าห้อง 555555
          สุดท้ายนี้ก็เช่นเคยเหมือนทุกครั้ง การที่เรารู้สึกดีกับใครซักคน อยากจะดูแลเค้า แต่เราไม่สามารถทำได้ เราจึงจำเป็นจะต้องงมงาย อ้อนวอน สวดมนต์ขอพรให้ใครคนนั้นอยู่เย็นเป็นสุข ... แต่ใครจะรู้มั้ย ว่า พรอีกข้อหนึ่ง ที่ผมขอไว้ คืออะไร ... อยากบอกนะครับ เพราะมันโรแมนติคมากในความคิดผม แต่บอกไม่ได้จริงๆ 55555 ขอเป็นเรื่องของเราสองคนพอเนาะ

iSSAMEe