วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เ วี ย น เ ที ย น ก ล า ง น้ ำ ก ว๊ า น พ ะ เ ย า ห นึ่ ง เ ดี ย ว ใ น โ ล ก


















                     การลงเรือเพื่อเวียนทเียนกลางกว๊านพะเยานั้น จะมีหลายรอบ ทั้งรอบพิธีการ และรอบทั่วไป ผมโชคดีที่ได้รอบพิธีการ เพราะรอบนี้จะมีการพายเรือวนรอบเกาะกลางน้ำ ขณะที่รอบอื่นๆจะไม่มี รวมไปถึงยังได้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ก่อนการเวียนเทียนเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย
                      พิธีเวียนเทียนกลางน้ำกว๊านพะเยา จะมีขึ้นไปละ 3 ครั้ง ตามปฏิทินการเวียนเทียนทั่วไป ต่างออกไปแค่เวียนในน้ำก็เท่านั้นเอง ที่สำคัญบรรยากาศชิลมากๆในช่วงที่อยู่กลางกว๊าน หากมีโอกาส ก็อยากกลับไปอีกครั้งเหมือนกัน

iSSAMEe
15 06 2558

วั ด ร่ อ ง รุ่ น เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง ศิ ล ป ะ ส ว ร ร ค์ ส ร ร ค์ ส ร้ า ง







        ครั้งนี้เป็นการมาเยือนวัดร่องขุ่นเป็นครั้งที่สอง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ร่องรอยจากแผ่นดิบไหวยังคงมีอยู่และกำลังได้รับการบูรณะอย่างเต็มที่ และเช่นเคย อาจารย์เฉลิมชัยเจ้าถิ่นยังคงประกาศออกไมค์ด่าคนไร้ระเบียบเรื่องที่จอดรถเช่นเดิม
        การมาครั้งนี้ ใช้เวลาในการเสพสถาปัตยกรรมก่อสร้างน้อยกว่าครั้งก่อน เพราะมีเพื่อนมาด้วยหลายคน และเราในฐานะผู้นำทีม ต้องคอยเดินนำทัพตลอดเวลา การถ่ายรูปตรงบริเวณทางขึ้นอุโบสถยังคงยากและไม่สมควรถ้าคนเยอะ แต่แม้คนน้อยแล้วเรายืนถ่ายนานเกินไปก็จะมีคนพูดออกไมค์มาทักทายเราเช่นกัน
         เสร็จจากวัดร่องขุ่นก็กลับพี่พักเตรียมเช็คเอ๊าท์ มุ่งหน้าจังหวัดพะเยา พร้อม สำหรับการเวียนเทียนครั้งแรกในรอบหลายปี ที่สำคัญเวียนเทียนครั้งนี้ไม่ธรรมดา แต่เป็นการเวียนเทียนกลางน้ำ กว๊านพะเยา แห่งเดียวในโลกซะด้วย

iSSAMEe
15 06 2558

สิ ง ห์ พ า ร์ ค l ไ ร่ บุ ญ ร อ ด l เ ชี ย ง ร า ย วั น ฝ น เ กื อ บ จ ะ พ ร ำ









               การเที่ยวแข่งกับเวลานับว่าเป็นอะไรที่ยากยิ่ง เรารีบบึ่งรถจากไร่ชาฉุยฟงมายังไร่บุญรอดอย่างเร่งด่วนเพราะเกรงว่าจะไม่ทันเวลาเข้าเยี่ยมชมรอบสุดท้าย แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงแล้วเกิดการสื่อสารผิดพลาดระหว่างคนในทริปนอดหน่อย เลยอดนั่งรถไฟฟ้าชมไร่ ทำได้ แต่เพียงนั่งๆนอนๆเล่นในจุดที่เรียกว่าเป้นแลนมาร์คของไร่บุญรอดแห่งนี้ ที่นี่ ดูแล้วจะมีครบทุกอย่างที่เราไปมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะดอกไม้หรือไร่ชา จริงๆแล้วมาไร่บุญรอดที่เดียวก็ปิดจ๊อบได้สำหรับเชียงราย แต่มันแต่ไม่ได้บรรยากาศเท่านั้นเอง
               เสร็จจากไร่บุญรอด ก็เหมือนเสร็จสิ้นภารกิจทัวร์เชียงรายวันแรก เพราะหลังจากนี้ เราก็แวะเข้าที่พัก(ที่แสนจะดีมาก) แล้วก็ออกมาหาอะไรทาน ก่อนจะกลับไปนอนที่โรงแรม เพื่อเอาแรงเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้นครับ

iSSAMEe
15 06 2558 

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไ ร่ ช า ฉุ ย ฟ ง I ไ ร่ ช า ช า น เ มื อ ง บ ร ร ย า ก า ศ สุ ด แ ส น ดี l เ ชี ย ง ร า ย เ มื่ อ เ ว ล า เ กื อ บ จ ะ ห น้ า ฝ น









             ออกจาดอยตุงมา สถานีต่อไปก็คือไร่ชาฉุยฟงครับ ออกจากดอยตุงแล้วก็ย้อนกลับเข้ามาในเส้นทางเมืองเชียงราย รู้เท่านี้แหละครับ เพราะผมเองก็หลับๆมาตลอดทาง เพราะรู้สึกเวียนหัวออกซิเจนไม่เลี้ยงสมองเลย เมื่อมาถึงไร่ชา คือบรรยากาศแบบ เออสวยมากๆ ขนาดร้อนๆนะ สวยจริงๆ ถ้าหน้าหนาวจะขนาดไหน
             ตอนนั้นพอถ่ายรูปเสร็จยังเวียนหัวไม่เลิกก็รู็สึกอยากจิบชาร้อน แต่พอดูแสงแดดแล้ว เออ ชาเย็นๆดีกว่า เลยเลือกเป็นชาอู่หลงน้ำผึ้งมะนาว น่าจะเป็นเมนูที่เหมาะสมกว่า ฮ่าๆๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะชาอู่หลงน้ำผึ้งมะนาว อร่อยจริงๆ แต่แก้วละตั้ง 70 บาทแน่ะ แต่ช่างเถอะครับ นานๆที นังจิบชา ชมบรรยากาศ ถ่ายรูปกับแป๊บๆ ก็ได้เวลาเดินทางสู่ตัวเมืองเชียงราย ไร่บุญรอดกันแล้วครับ ^^

iSSAMEe
08 06 2558

ส ว น แ ม่ ฟ้ า ห ล ว ง l ด อ ย ตุ ง l เ ชี ย ง ร า ย เ มื่ อ เ ว ล า เ กื อ บ จ ะ ห น้ า ฝ น










            หลังจากที่ใจหายใจคว่ำกับการบินกลับสุวรรณภูมิ ผมก็เดินทางมาถึงเชียงรายจนได้ด้วยเครื่องบินอีกลำที่ทำการเปลี่ยนมา เมื่อมาถึงเชียงราย รู้สึกว่าร้อนมากๆ เพราะการมาครั้งก่อนของผมมาในช่วงหน้าหนาว แต่คราวนี้เป็นปลายร้อนต้นฝน อากาศเลยร้อนจัดและแปรปรวนอาจจะมีงนตกได้ทุกเวลา
            ผมมาถึงเชียงรายช้ากว่ากำหนดการตอนแรก 2.30 ชั่วโมง แต่ทันทีที่ถึง เพื่อนๆก็มารับไปขึ้นรถตู้ พร้อมมุ่งหน้าดอยตุงทันที ระหว่างทางรถตู้ก็ขับได้ชวนอาเจียนเป็นอย่างมาก ผมพยายามหลับให้ลง เพราะจะได้ไม่ต้องเวียนหัว(จริงๆเริ่มเวียนตั้งแต่ตอนเครื่องแลนดิ้งแล้ว เซแถ่ดๆเป็นงูเลื้อยเลย)  ซึ่งในที่สุดผมก้มาถึงดอยตุง โดยไม่ได้อาเจียน 5555
             ดอยตุงเป็นที่ตั้งของพระตำหนักของสมเด็จย่า ในอดีจสมเด็จย่าเคยมาแปรพระราชฐานที่นี่ ปัจจุบันพระตำหนักดอยตุงก็ยังได้รับการดูแลบำรุงรักษา ปลูกดอกไม้สวยงามทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว แม้ว่าช่วงที่ผมไปจะเป็นหน้าร้อนไม่สวยเท่าหน้าหนาว แต่ก็เรียกว่าสามารถสร้างบรรยากาศที่ดี ได้ไม่น้อย คุ้มค่ากับการเดินชม แต่เสียดายที่ระหว่างที่เราเดินนั้น มีเสียงฟ้าร้องขู่ตลอดเวลาทำให้การเดินชมของเราค่อนข้างจะรีบร้อน ประกอบกับเรายังมีโปรแกรม ไร่ชาฉุยฟงกับไร่บุญรอดรออยู่อีก จึงทำให้เราจำเป็นต้องโบกมือลาสวนแม่ฟ้าหลวงก่อนเวลาอันควร แต่ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมีเสมอ แค่คิดว่าจะไป  เท่านั้นเอง

iSSAMEe
08 06 2558

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประสบการณ์แรก เครื่องบินมีปัญหา บินย้อนกลับมาสุวรรณภูมิ








                 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่นั่งเครื่องบินออกไปเที่ยว วันนี้เราใช้บริการจาก Bangkok Airways , Asia's boutique Airlines. บริการต่างๆจากสายการบินนี้ยังคงดูดี และดีมากเช่นเคยไม่ว่าจะเป็นการเช็คอิน รวมไปถึงบริการเล้าจ์ สำหรับทานอาหารว่างระหว่างรอเครื่อง
                 เมื่อได้เวลาขึ้นเครื่อง ก็ดำเนินการต่างๆตามขั้นตอนปกติ จนกระทั่งเครื่องได้ทำการทะยานออกไปยังท้องฟ้าตามกำหนดการที่บอกไว้ คือ 7.35 น. ด้านบนอากาศสดใส ท้องฟ้าสีฟ้าครามสวยงาม พนักงานเริ่มทำการบริการอาหารเข้า ของผมสั่งเมนูซีฟู้ดไว้ล่วงหน้า เป็นไข่กวนใส่แซลมอล และเห็ผัดเนยที่อร่อยมากกกก ผมทานจนหมดเกลี้ยง แล้วก็รอว่า เมื่อไรพนักงานต้อนรับจะมาเก็บถามอาหารเสียที ซึ่งปรากฎว่าก็ยังไม่มีใครมาเก็บ .......
                  ตุ๊ง ตุ๊ง !!! เสียงสัญญาณอะไรบางอย่างดังขึ้น
                  ตุ๊ง ตุ๊ง เสียงสัญญาณดังขึ้นอีก ซึ่งผมเองคาดว่า อาจเป็นสัญญาณ ที่พนักงานต้อนรับที่อยู่ด้านหน้า ต้องการสื่อสารกับพนักงานต้อนรับที่อยู่ด้านหลัง หรืออาจเป็นกัปตันคุยกับหัวหน้าพนักงานต้อนรับ .... ระหว่างที่คิดเพลินๆ เครื่องทำการตีวงเลี้ยวด้านขวา ตอนนั้นแค่คิดว่า อาจมุ่งหน้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขึ้นจังหวัดเชียงราย แต่ก็แอบงงเล็กน้อยว่า เอ๊ะ ทำไมโค้งเยอะจัง เกือบจะ 360 เลยทีเดียว ไม่ทันไร กัปตันประกาศออกไมค์ว่าเครื่องบินของเรามีปัญหาด้านเทคนิค จำเป็นต้องบินกลับสุวรรณภูมิ ...
                  วินาทีนั้น ทุกคนเงียบ ผมเองก็เช่นกัน เงียบ คิด ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไป แต่ก็เริ่มมีผู้โดยสารบางส่วน ถามกับพนักงานต้อนรับว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีใครได้คำตอบ ทุกคนเริ่มไวต่อเสียงต่างๆ(ทั้งๆที่ปกติแล้วคือเสียงที่เกิดได้ตามปกติ) ทุกคนจะหันมามองหาต้นตอของเสียงทันที ว่าคืออะไร ผมเองก็เช่นกัน ตอนนั้นบอกตรงๆว่าอึกอัดมาก เพราะไม่รู้ว่าปัญหาเล็กหรือใหญ่ และเริ่มตระหนักถึงการสาธิตอุปกรณ์ยามฉุกเฉินขึ้นมาทันทีว่ามันจำเป็นมากๆ ณ ตอนนั้น ถ้าปัญหามันใหญ่จริงๆ เราจะทำยังไง เพราะไม่เคยสนใจวิธีการสาธิตอุปกรณ์ความปลอดภัยเลย
                   แต่ตลอดทางผมยังผ่อนคลายสบายใจได้บ้าง เพราะได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับฮัมเพลงในครัวด้านหลังเครื่องบิน เพราะนั่นแสดงถึงว่าเหตุการณ์น่าจะไม่มีอะไรร้ายแรง และทันทีที่เครื่องตีโค้งครั้งสุดท้าย ผมมองเห็นสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ไกลๆ ตอนนั้นคิดว่าเห้ย สบายใจแล้ว ถึงแล้ว และเครื่องก็ค่อยๆลดระดับและความเร็ว ล้อแตะพื้นอย่างนิ้มนวล เสียงปรบมือดังขึ้น เครื่องบินน้อยใหญ่ขวักไขว่อยู่ในสนามบิน ... ตอนนั้นรู้สึกสบายใจมากๆที่ลงถึงพื้นอย่างปลอดภัย สิ่งที่เสียไปคือ เวลา 2 ชั่วโมง เพราะเพื่อนอีกกลุ่มที่เดินทางไปก่อนจากไฟลท์นกแอร์ ตอน 7.30 น. ได้ไปถึงเชียงรายเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรา แทนที่จะถึงไล่ๆกับกลับต้องมานับหนึ่งใหม่ที่สุรรณภูมิ แต่นับว่านี่คือประสบการณ์ที่สนุกสนานจริงๆ ครั้งแรกกับการบิน ท่ามกลางคำว่า เครื่องบินมีปัญหาทางเทคนิค
                  สุดท้ายต้องขอขอบคุณกัปตัน ที่ตัดสินใจนำเครื่องบิน ขอขอบคุณพนักงานต้อนรับทั้งเครื่องลำที่ประสบปัญหาและลำใหม่ที่เราขึ้นไป ที่ดูแลคืนความสุขให้ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณ Bangkok Airways,Asia's boutique Airlines.

iSSAMEe
04 / 06 / 2558