วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561

I'm going to Malaysia lah. EP2 Must visit at twin towers.

ตึกแฝด ปริโตนาส กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 




          เมื่อมาถึงกัวลาลัมเปอร์ ผมรีบสุดชีวิต เพื่อเข้าเช็คอิน ยังโรงแรมที่จองไว้ (โรงแรม My Hotel @ Sentral2) เมื่อเช้คอินเสร็จ เก็บของ ล้างหน้าล้างตา ย้อนหลับมาที่ KL Sentral อีกครั้ง เพื่อขึ้น LRT ตามที่ดุรีวิวมา โดยไปลงสถานี KLCC  ตั้งใจว่าจะไปถ่ายรูปกับตึกแฝด สัญลักษณ์ของประเทศนี้ซักหน่อย คือที่ต้องรีบมาเพราะกลัวว่าถ้ามาช้า เขาจะปิดไฟ ถ่ายรูปไม่ได้นั่นแหละ
          เมื่อมาถึง เราก็ เออนี่เหรอ แลนดืมาร์ก คือ มันไม่ได้ว๊าว แบบตอนเห็น Taipei101 ที่ไต้หวัน แต่ก็นึกในใจ เอาวะ มาแล้ว ต้องได้รูปคู่กับตึก ก็ได้มานิดหน่อย ตามที่เห็น ซึ่งแน่นอนตอนนี้ตรงกับช่วงหยุด 3 วันที่ไทย ดังนั้น เราจะได้ยินเสียงภาษาไทยลอยเข้าหูอยู่บ่อย ๆ แอบอุ่นใจเหมือนกัน ไปไหนก็เจอคนไทย ฮ่า ๆ

เกร็ดเล็กน้อย
ภาษาอังกฤษที่มาเลเซียฟังยากก็จริง แต่ก็ไม่ได้หนักหนาวอะไรขนาดที่กลัว แต่รอบสองให้ละกันว่า...มันจะยากขึ้นถ้าทักษะภาษาอังกฤษคุณไม่แข็งพอ เช่นผม 55555 คือกูโง่อังกฤษอยู่แล้ว ยิ่งไปเจอสำเนียงมาเลย์ ทุกอย่างแม่งยากขึ้นมาทันที 55555 แต่ข้อดีคือ 90% ที่ถามเป็นอังกฤษไป คนที่นี่ตอบได้ คุยได้หมดทั้งเด็ก คนทำงาน คนแก่คนเฒ่า โคตรดี
เดี๋ยวตอนท้าย ผมจะมาบอกว่า ผมได้ประโยคๆ นึง จากคนมาเลย์ ถามผมว่า เปย์แกช ออกัส จะให้ทายว่าเค้าพูดว่าอะไร เด่วเฉลยบล๊อกท้าย ๆ

iSSAMEe
17 ต.ค. 2561

I'm going to Malaysia lah. EP1 Salamat Datang ke Malaysia.

รถด่วนพิเศษ​ขบวนที่ 45 กรุงเทพ ปาดังเบซาร์ 




บรรยากาศตู้อื่น ๆ บนรถขบวนที่ 45 ที่เราโดยสาร 

ตู้เสบียง 



รถไฟฟ้า ETS ของประเทศมาเลเซีย 




วิวระหว่างทาง จากปาดังเบซาร์ ไป กัวลาลัมเปอร์ 

บรรยากาศ ใน KL Sentral

          สำหรับผมแล้ว การนั่งรถไฟคือเรื่องที่มีความสุข และมีความสนุกอย่างมาก ๆ ครับ แต่การนั่งรถไฟไปต่างจังหวัดก็ดูจะเป็นเรื่องปกติของผมไปแล้ว ดังนั้น จึงคิดว่าอยากนั่งรถไฟไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง แต่ขอแบบง่าย ๆ เซฟ ๆ และปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโจทย์มาชัดเจนขนาดนี้ เห็นทีคงไม่พ้นประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซียแน่นอน
          สำหรับการนั่งรถไฟไปยังประเทศมาเลเซียก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรครับ แค่ จองตั๋วรถไฟทั้ง 2 ฝั่งให้เรียบร้อย (หมายถึงฝั่งขาจาก กรุงเทพ - ชายแดนไทย และ จากชายแดนไทย - กัวลาลัมเปอร์ )
โดยจะมีรายละเอียดดังนี้
          รถจากฝั่งไทย แนะนำให้โดยสารรถขบวนด่วนพิเศษ ที่ 45 จากกรุงเทพ ปลายทางยังสถานีปาดังเบาซาร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นรถนอนปรับอากาศ ราคา 900 กว่าบาท อันนี้ จะออกจากกรุงเทพ 15.00 โดยประมาณ ถึงปาดังเบซาร์ ราว ๆ 9.50 (เวลาของประเทศมาเลเซีย) ฝนส่วนนี้สามารถโทรจองตั๋วล่วงหน้า หรือไปจองที่สถานีรถไฟใกล้บ้านได้ 90 วันก่อนวันเดินทาง
          ส่วนรถฝั่งมาเลเซีย เราจะต้องใช้บริการรถไฟที่หน้าตาเหมือนหัวจรวด หรือรถ ETS  ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าความเร็วปานกลาง (ประมาณ 140-150กิโลเมตร / ชม.) เราจะนั่งรถขบวนนี้ที่มีค่าโดยสารราวๆ 800 บาท จากสถานีปาดังเบซาร์ มึ่งหน้าสู่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ซึ่งเราจะลงกันที่สถานี KL Sentral ซึ่งเป็นสถานีหลักของระบบราง ในประเทศเค้า (เหมือน บางซื่อแกรนด์สเตชั่นบ้านเราในอนาคต) สำหรับการสำรองที่นั่งก็ทำได้ 30 วันก่อนวันเดินทาง ผ่านทางเว็บไซต์ของการรถไฟมาเลเซีย หรือ KTM นั่นเอง แต่ก็งง ๆ ในเรื่องระยะเวลาจองอยู่เพราะตอนผมจองก็จองล่วงหน้ามากกว่า 30 วัน ตัดบัตรเครดิตได้เลย สะดวกดี
          การเดินทางจากฝั่งไทย เราจะสามารถหาซื้อของกินบนรถที่มาเดินขายได้ตั้งแต่ช่วงกรุงเทพ จนถึง ครัวตู้เสบียงปิด ก็ราวๆ 1-2 ทุ่ม หรือจะไปกินอาหารอุ่นร้อนที่ตู้เสียงก็ได้นะครับ ราคาก็รู้ ๆ กัน ช่วงรถออกจากกรุงเทพก็จะเป็นที่นั่งก่อน พอพลบค่ำก็จะมีพนักงานมาปูเตียงให้
          ส่วนรถไฟฝั่งมาเลเซียหรือ ETS นั้น จะมีตู้เสียงอยู่เช่นกัน ประมาณกลาง ๆ ขบวน ( 1 ขบวนมี 6 ตู้โดยสาร) อาหารที่ขายเคยเห็นว่ามีอาหารร้อนด้วยแต่วันที่ผมไปมีแต่แซนวิชซะงั้น แต่ก็เอาวะ กินไป ชมวิวไป ฟินกับรถไฟไป แป๊บๆ 5-6 ชม. ก็ถึง KL Sentral  นับว่าเป็นการเหยียบแผ่นดินมาเลเซียอย่างเป็นทางการซะที  "กูมาถึงมาเลเซียแล้วโว้ยยยยยยย"
           อ่อ ลืมเล่าไปอย่าง ตม. ที่สถานีปาดังเบซาร์ จะอยู่ฝั่งของประเทศมาเลเซียนะครับ ดังนั้น ใครจะใช้บริการสถานีนี้ จะต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเสียก่อน ถ้ามีพาสปอร์ต ก็ต้องเดินไปตามช่องทางที่เจ้าหน้าที่พาไป เพื่อไปจ๊อบออกฝั่งไทยก่อน แล้วค่อยไปจ๊อบเข้ามาเลเซีย ซึ่งที่นี่การจัดการระบบค่อนข้างไม่ค่อยโอเค จะดูวุ่นวายมาก ดังนั้นพยายามอย่าแตกแถว เดี๋ยวจะหลงและสื่อสารสับสนกันได้

เกร็ดเล็ก ๆ
ที่สถานีปาดังเบซาร์ นอกจากคนไทยจะต่อรถไฟยังกัวลาลัมเปอร์แล้ว ยังมีบางส่วนที่ต่อรถไปยัง          บัตเตอร์เวิร์ธ เพื่อข้ามเรือเฟอรี่ไปยังเกาะปีนังอีกด้วย รวมถึงยังต่อรถที่กัวลาลัมเปอร์อีกทอด เพื่อไปยะโฮร์บารู และสิงคโปร์อีกเช่นกัน

iSSAMEe
17 ต.ค. 2561

         

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ผาเสด็จวันฟ้าใส น้ำตกก็ใส พาลิโอ้ก็สวย ไร้ทองสมบูรณ์ก็สาด (เปียกสาสๆ)​








           ด้วยความที่ผมยังคาใจกับทริปผาเสด็จรอบก่อน ที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ไหน ๆ รอบนี้ก็ผ่านอีกแล้ว บวกกับว่าวันนี้แดดดี๊ดี ขอเพื่อนแวะเป็นการพิเศษเลยจ้า เรียกว่าถึงขั้นต้องหลอกลวงเพื่อนกันเลยว่า นี่คือที่ท่องเที่ยว คนชอบแวะมากัน 5555 เอาจริง ๆ เราแค่อยากมาแก้มือ อยากได้ฟ้าใส ๆ เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ผิดหวังฟ้าสวยมาก แค่ไม่มีรถไฟ 











          เสร็จจากภารกิจแก้มือที่ผาเสด็จ ก็มุ่งหน้าเส้นทางเขาใหญ่ ไปยังสระน้ำผุด ที่  ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าที่นี่จะเป็นแหล่งน้ำขนาดเล็ก ๆ แต่ด้วยสีของน้ำที่ออกฟ้าอมเเขียว และมีความใส ก็ทำให้ที่นี่ดูสวยแปลกตาอยู่ไม่น้อย แต่ในช่วงวันหยุดอาจจะมีนักท่องเที่ยวเยอะมากสักหน่อย เราเลยใช้เวลาตรงนี้ไม่นานมากนัก (อดเล่นน้ำเลย) ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังพาลิโอ้เขาใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าเราใช้เวลาส่วนใหญ่ที่นี่ไปกับการถ่ายรูป เพราะวันนี้แดดดีมาก ๆ ถ่ายรูปออกมายังไงก็สวย ไม่ต้องใช้โปรแกรมแต่งเติมสีสันอะไรมากมายนัก








          เสร็จจากพาลิโอ้ เราก็ขับรถย้อนออกมาที่ในอำเภอปากช่อง หาอะไรทานรองท้อง ก่อนจะเข้าไปยังไร่ทองสมบูรณ์ ซึ่งเราเลือกเสียค่าเข้าในราคา 50 บาท แล้วไปซื้อบัตรเครื่องเล่นบริเวลณด้านใน ซึ่งมีให้เลือกเครื่องเล่นละ 100-150 บาท และเหตุการณืไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมือ ทันทีที่เราชำระเงินค่าเครื่องเล่น ฝนมันก็ตกลงมาจ้า ตกอย่างหนัก ทำให้เราต้องเสียเวลาตรงนี้อีกพอสมควร เพื่อรอฝนหยุด แล้วพอฝนซา เราก็เล่นกันทั้งฝนปรอยนั่นเลยจ้า ฮ่าๆๆ 
          เสร็จจากตรงนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องกลับกันแล้วครับ ปิดไปอีก 1 ทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ครับผม 






iSSAMEe
04  ต.ค.  2561 

ผาเสด็จวันฟ้าครึ้ม - อุทยานน้ำตกเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า

          กลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้งครับ ในช่วงกลางปี คราวนี้เรามุ่งหน้าไปยังด้านจังหวัดสระบุรีครับ กับทริป ผาเสด็จ และน้ำตกเจ็ดคตครับ
          อุปสรรคการดินทางในครั้งนี้ ยังคงอยู่ที่ฟ้าฝนครับ แม้ว่าช่วงเช้าก่อนออกเดินทางฟ้าจะสว่าง แดดจ้า ดูสดใสก็ตาม แต่เมื่อมาถึงผาเสด็จ กลับเจอเมฆฝนก้อนใหญ่ และเทความสดชื่นมาให้เราสะอย่างนั้น
          สำหรับผาเสด็จนั้น เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในด้านการคมนาคม โดยเฉพาะกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะเป็นทางผ่านของเส้นทางรถไฟสายพระมหานคร - นครราชสีมาที่ใช้เดินทางเข้าสู่ภาคอีสานและเป็นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย ก่อสร้างโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5





          เสร็จจากผาเสด็จ เราเดินทางต่อมายังน้ำตกเจ็ดคต โป่งก้อนเส้า ซึ่งสองสถานที่นี้ อยู่ใกล้ ๆ กันครับ สามารถมาควบทั้งสองจุดได้ โดยในส่วนของโป่งก้อนเส้าจะเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีบรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อน ถ่ายรูป และกางเต๊นท์  อย่างวันที่ผมไปนั่นก็มีคนมากางเต๊นท์มากมาย ทั้งแก๊งค์เพื่อน คู่รัก และครอบครัวใหญ่
          หากใครมีเวลาว่าง อยากหาที่เที่ยวใกล้ ๆ บรรยากาศดี คุ้มค่าแก่การเดินทาง ก็ลองมองไว้เป็นตัว
เลือกได้นะครับ




iSSAMEe
04 ต.ค. 2561