วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561

HajimeMashiteNippon2018 EP4 เที่ยวคาวากูจิโกะ ชมทะเลสาป อ้อนวอนให้ภูเขาไปแสดงตัว

















          เช้านี้ ถือเป็นเช้าวันแรกในญี่ปุ่น ที่เราจะได้เดินทางกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เราเดินทางโดยรถไฟสาย Chuo Line Limited Express Super Asuza 1 ซึ่งเป็นรถขบวนแรกจาก Shinjuku มุ่งหน้าสู่สถานี Otsuki เราจะลงที่นั่นกันเพื่อต่อรถสาย Fujikyu Line กันครับ ซึ่งการนั่งรถไฟในวันนี้ทุกขบวน เราสามารถใช้ Tokyo Wide Pass ได้ และจองที่นั่งได้สำหรับรถ Super Asuza ครับ
          จุดแรกที่เราจะลงวันนี้คือ สถานี Shimoyoshida  ครับ เราเชื่อว่าการชมฟูจิ เราต้องชมแต่เช้า จะมีโอกาสได้เห็นมากกว่าเวลาอื่น จึงรีบมาดักที่สถานีนี้ก่อนครับ ซึ่งแน่นอนว่าคนมาที่นี่ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนไทย มีชาติอื่น ๆ นิดหน่อยเท่านั้น เราต้องเดินขึ้นบันไดไปประมาณ 400 ขั้น ถึงจะเจอเจดีย์สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ และผลจากการเดินวันนี้ ปรากฏว่าผิดหวังครับ เราไม่สามารถมองเห็นฟูจิซังแบบเต็ม ๆ ได้ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เรารีบต่อรถไฟไปยัง Kawaguchiko ต่อครับ ความหวังสุดท้ายของเรา อยู่ที่นั่น
          ระหว่างทางนั่นรถไฟมา ฟ้ายังคงไม่ฟ้า ยังคงมีแต่เมฆหมอกปกคลุม เราแอบคิดในใจแล้วว่าวันนี้น่าจะจบแล้ว พอถึงสถานี Kawaguchiko เรารีบต่อรถบัสไปยังป้าย 22 ที่เขาชอบไปถ่ายรูปทะเลสาปกัน ซึ่งตรงนี้ เราก็รอ รอ รอ และรอ แต่ฟูจิก็ยังไม่ปรากฏตัวแต่อย่างใด สุดท้ายเราก็เป็นฝ่ายแพ้ครับ ถอนกำลังกลับโตเกียว
          เรามาถึงสถานี Kawaguchiko และเห็นว่ายังพอมีเวลา เลยแวะทานราเมนร้านตรงข้ามสถานี ทานอยู่สักชั่วโมงได้ กำลังจะเปิดประตู เพื่อนก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าเปิดไปแล้วเห็นฟูจินี่ ทำไง ผมก็บอกเออ ดูจะกลับไปทะเลสาป 555
          พูดจบ เปิดประตูมา แม่เจ้าฟูจิ มาตระหง่านอยู่หน้าร้านจริง ๆ แม้จะมาไม่หมดทั้งลูก แต่ผมก็ได้ปลดล้อคความรู้สีกบางส่วนออกไปได้บ้าง ว่าอย่างน้อยมาแล้วก็ยังได้เจอคุณฟูจิ ภูเขาไปที่เรื่องมากและขี้อายที่สุดในโลก

iSSAMEe
15 ธ.ค. 2561

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561

HajimeMashiteNippon2018 EP3 เที่ยวไชน่าทาวน์ ชมชิงช้าสวรรค์เมืองโยโกฮาม่า




ตอนแรกเดินมาท่าเรือ เพราะคิดว่าใกล้กับชิงช้าสวรรค์ แต่แล้ว ไกลชิบหายเลยจ้าพี่จ๋า 

          เสร็จจากเที่ยวเมืองคามาคุระ เราย้อนกลับมาทางเดิม ลงที่สถานีโยโกฮาม่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินเล่นถ่ายรูปท่าเรือ โดยมีฉากหลังเป็นชิงช้าสวรรค์​ แต่แล้ว ไกลจ้าาาาาา ซูมไม่ไหว เลยตัดสินใจเดินไปหาชิงช้าสวรรค์แม่งเลย
          ย่านที่ตั้งชิงช้าสวรรค์นี้เรียกว่า มินาโตะมิไร เป็นที่ตั้งของสวนสนุก Cosmo World จริง ๆ ที่นี่น่าเข้าไปเล่นเสียว ๆ (กับเครื่องเล่น) สักครั้งนะ แต่ด้วยความงกก็แค่มอง และเดินผ่าน จริง ๆ อากาศตอนนั้นหนาวมากด้วย เลยรีบกลับ
          ขากลับเราจำเป็นต้องเสียค่ารถไฟสายมินาโตะมิไร (จริง ๆ มีสายที่นั่งยาวเข้าโตเกียวได้ด้วย) แต่เรามี JR Wide Pass แล้วไง เลยอยากใช้ให้คุ้มที่สุด เลยมาต่อรถเอาที่ JR Yokohama ก่อนจะกลับเข้า Shinjuku
          หมดวันแรกไปแบบทรหด แต่ด้วยอากาศมั้ง ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย รู้สึกยังเดินได้อีก 2-3 ชั่วโมงโน้นแน่ะ

iSSAMEe
14 ธ.ค. 2561

HajimeMashiteNippon2018 EP2 ก้าวแรกบนแผ่นดินซามูไร ไหว้พระใหญ่เมืองคามาคุระ









       
          สำหรับวันแรกของผมก็เดินทางไปยัง เมืองคามาคุระ โดยรถไฟ JR สาย Shonan Shinjuku Line ไปยังคามาคุระ แล้วต่อรถแทรม ท้องถิ่นจากคามาคุระไปยังสถานี Hase ที่เป็นที่ตั้งของวัดพระใหญ่ ก่อนที่จะใช้เวลาที่นี่จนบ่ายแก่ ๆ แล้วออกเดินทางไปต่อที่โยโกฮาม่า อากาศวันนี้ก็กำลังดี ประมาณ 10 องศา ทำเราปลื้มมากมายเลยทีเดียว 


iSSAMEe
14 ธ.ค. 2561

HajimeMashiteNippon2018 EP1 สวัสดีญี่ปุ่น ในที่สุดเราก็มีโอกาสได้เจอกัน






             ญี่ปุ่น ชื่อประเทศนี้ เมื่อก่อนผมนี่ตั้งป้อมมาตลอดว่า แพง ไม่กล้าไปเที่ยว จนกระทั่งวันหนี่ง มือลั่นจองตั๋วเครื่องบินไปสะงั้น ก็เลยเอาวะไหน ๆ ก็จองแล้ว ลองเก็บตังค์เที่ยวญี่ปุ่นสักที ใคร ๆ ก็บอกนักบอกหนาว่า ลองไปดูแล้วจะติดใจ 
          หลังจากจองตั๋ว ผมก็เริ่มเก็บเงินเดือยละ 3000 บาท เอาไว้เป็นค่ากิน จากการหาข้อมูล ก็พบว่า แลกเป็นเงินเยนไปสัก 6-80000 ก็พอ ส่วนผมทางสายกลางครับ แลกไปที่  70000 เยน 
          ผมจะพูดคร่าว ๆ ครับว่า การเดินทางของผมใช้สายการบินสกู๊ต บินโดย dreamliner Boeing787 เมื่อถึงญี่ปุ่น ตม.น่ารักมากครับ ไม่ถงไม่ถามสุขภาพผมสักคำ แค่ติดสแตมป์ให้แล้วบอกผมว่าขอบคุณครับมาเป็นสำเนียงญี่ปุ่น เอาล่ะสิ ผมเริ่มประทับใจประเทศนี้เข้าแล้ว 
          สิ่งที่ผมจะรีวิวเยอะหน่อย เป็นเรื่องของบัตรโดยสารรถไฟ JR ครับ ซึ่งทริปนี้ผมเลือกใช้ JR Wide Pass ซึ่งเป็น Pass สำหรับโดยสารรถไฟ JR East ซึ่งหากใครวางแผนเทียวเมืองรอบ ๆ โตเกียว หรือในเขตคันโตล่ะก็ บัตรนี้คุ้มมากครับ
          JR Wide Pass หาซื้อได้ที่ สำนักงาน JR ใหญ่ ๆ เท่านั้น เช่น นาริตะ ฮาเนดะ ชินจุกุ ชิบุย่า โยโกฮาม่า ชินางาว่า อูเอโนะ อย่างของผมซื้อที่สำนักงานที่สนามบินนาริตะอาคาร2 เช็คสำนักงานที่ซื้อหรือพาสอื่น ๆ ได้ที่ www.jreast.co.jp นะครับ และขอบอกว่า ไม่มีขายนอกประเทศญี่ปุ่นนะครับ ต่างกันกับ JR Rail Pass  นะครับ อย่าสับสน 
         ราคาของพาส จะอยู่ที่ 10000 เยน ครับ ตอนซื้อต้องโชว์พาสปอร์ต และต้องใช้งานให้หมดภายในสามวันต่อเนื่องครับ ฟังดูโหดร้ายนะครับ แต่จะบอกว่า มันเหนือกว่าพาสอื่นๆ ที่มันสามารถใช้งานกับรถสายอื่น ๆ บางสาย ที่ไม่ใช่รถ JR  อีกด้วย เช่น fujikyu line,new shuttle ของเมือง Omiya เป็นต้น และแน่นอนว่า ผมได้วางแผนการใช้งานพาสนี้ ไว้อย่างคุ้มที่สุด โดยผมได้ให้เจ้าหน้าที่ของ JR ทำการสำรองที่นั่งรถไฟทุกขบวนเอาไว้ตั้งแต่ตอนซื้อพาสเลย  
          รถไฟขบวนแรกที่ผมใช้งานพาส คือ Narita Express  หรือ NEX ครับ รถไฟขบวนนี้ผมหมายมั่นมานานแล้วว่าอยากนั่งมาก ๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูหล่อเหลาเอาการ เลยอยากลองโดยสายมันดูสักครั้ง ผมนั่งมาลงสถานีชินจุกุครับ ส่วนตัวรถเค้าวิ่งต่อไปโยโกฮาม่าโน่น 

iSSAMEe
14 ธ.ค. 2561

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย 2561











          สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาบันทึกความจำ ทริปรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้ฟังกันครับ ซึ่งผมจะบอกว่า นี่คือการจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าที่ยากที่สุดสำหรับผม ยากกว่าจองช่วงเทศกาลเสียอีกครับ
          ปีนี้เค้าเปิดจองวันที่ 2 พฤศจิกายน ครับ เราตั้งตารอตั้งแต่ 8.30 เพื่อที่จะโทรไปหาคอลเซนเตอร์ให้ช่วยจองให้ ซึ่ง ทันทีที่ถึงเวลา ผมพยายามโทรอยู่มากกว่า  30 สาย จนถึง 11.00 ก็ยังโทรไม่ติด จนมาติดอยู่สายหนึ่ง แต่ผมก็ข้อมูลบัตรประชาชนผู้เดินทางไม่ครบ เลยอดจอง ต้องพยายามจองกันใหม่ จนคราวนี้ไม่พลาด จองได้ครบ ทั้ง 5 ที่นั่ง แม้ว่าจะพลาดเป้าหมายรถแอร์ก็ตาม แต่อย่างน้อยปีนี้เราก็ได้นั่งรถไฟไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กันแล้ว
          หลังจากจองตั๋วเสร็จ เราก็รอให้ถึงวันเดินทาง วันที่ 24 พฤศจิกายน ครับ เราได้นั่งรถไฟตู้ที่ 7 จากทั้งหมดราวๆ 16 ตู้ ก็อยู่กลางขบวนพอดี ถ่ายรูปไปด้านหน้าก็สวย ด้านหลังก็งาม
          วันนี้ขบวนรถล่าช้าไป 31 นาที ตั้งแต่ต้นทาง พอขึ้นรถมาประจำที่นั่งที่ระบุไว้ในตั๋ว สักพักก็มีเจ้าหน้าที่มากล่าวต้อนรับ และ เล่นเกมเล็กน้อยชิงรางวัล เป็นการกระตุ้นความสนุกสนานในยามเข้า
          ใช้เวลาไม่นาน ขบวนรถก็ผ่านจุดที่เคยเป็นทุ่งดอกทานตะวัน ซึ่งปีนี้ไม่มีแล้วนะครับ กลายเป็นว่าจุดแรกที่รถจะจอดคือ กลางเขื่อนฯ โน่นเลย ตรงกลางเขื่อนนี่ ตอนแรกนึกว่าจะร้อน เอาเข้าใจ ลมเย็นสบายมาก ถ้าจอดนานๆ อาจหลับรอได้ นักท่องเที่ยวส่วนมาก ก็จะลงไปถ่ายรูปกันตรงนี้แหละครับ
          รถจะจอดตรงสะพานกลางเขื่อนฯ 30  นาทีครับ จากนั้นจะมาสับเปลี่ยนหัวรถจักรที่สถานีโคกสลุง ซึ่งเดี๋ยวนี้เค้าก็ไม่ได้มาจอกเปล่าๆ แบบสมัยก่อนแล้ว แต่เค้าจอดแล้วให้นักท่องเที่ยวลงไปช้อปสินค้าพื้นบ้านที่พ่อค้าแม่ขายนำมาจำหน่ายอีกด้วย
          เมื่อรถออกจากสถานีโคกสลุง จะวิ่งย้อนกลับมาทางเดิม ผ่านตัวเขื่อน มาจอดที่ป้ายหยุดรถเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์​ ราวๆ 3 ชั่วโมง ให้พวกเราได้หาอะไรทาน และท่องเที่ยวตามกิจกรรมที่แต่ละคนสนใจ เช่น ขับรถกอล์ฟ นั่งรถรางชมวิวสันเขื่อน ไหว้พระ ให้อาหารปลา ทานอาหาร เป็นต้น
          15.30 เวลานัดหมาย เวลาที่เราจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพกันแล้ว ตอนรถไฟออก ประทับใจพ่อค้าแม่ค้า ที่มาส่ง ยกมือบ๊ายบายรถไฟของพวกเราอีกด้วย  น่ารักไปอีกแบบ



สำหรับบางคน การเดินทางไม่ใช้แค่มุ่งสู่ปลายทาง แต่ประสบการณ์ระหว่างทาง คือสิ่งสำคัญ
         
           ไม่ได้ดูเวลาว่า รถมาถึงกรุงเทพตรงเวลามั้ย แต่มองรวมๆ ก็น่าจะไม่ได้ดีเลย์อะไรมากนัก ถ้าให้ผมสรุปทริปนี้นะ ชอบนะครับ ตามประสาคนบ้ารถไฟ แต่เคืองเรื่องการจองตั๋วยากมากกกกกนี่แหละ รวมถึงการพ่วงรถแอร์ที่น้อยมาก ๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ถ้าการรถไฟฯ มีโอกาสได้เห็นข้อความนี้ ก็รับไว้พิจารณาด้วยนะครับ
          ใครสนใจทริปเขื่อนป่าสักฯ​ ทางรถไฟนำเที่ยว บอกเลยว่า คงต้องรอปีหน้าแล้ว เพราะปีนี้ที่เปิดวิ่ง 20  เที่ยวก็เต็มครบทุกเที่ยวแล้ว ใครอยากไปคงต้องใช้บริการรถไฟปกติแล้วครับ ซึ่งเค้าก็ไม่ได้จอดกลางเขื่อนให้ด้วย นอกจากนี้การรไฟฯ ก็ยังมีทริปท่องเที่ยวอื่นๆ อีก โดยสอบถามรายละเอียดการเดินทางได้ที่ 1690 ครับ

iSSAMEe
25 พ.ย. 2561

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ไปเที่ยวกันไหมพวก


          ทำงานมาทั้งปี ใครสะสมพักร้อนไว้เยอะ ๆ ก็ใช้กันบ้างนะ หรือจะเอามาแบ่งกันก็ได้ แฮ่...

iSSAMEe
16 พ.ย. 2561

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนาวแล้วนะ





         
          อีกหนึ่งกิจกรรมช่วงฤดูหนาว ก็คือ การเที่ยวชม และ ไล่ล่า(ถ่ายรูป) ดอกนางพญาเสือโคร่ง ปกติแล้วดอกไม้ขี้อายชนิดนี้ จะพบได้บนพื้นที่สูง1,200-2,400เมตรจากระดับน้ำทะเล ในหลายๆ จังหวัดภาคเหนือ และจะออกดอกกันในช่วงมกราคม ถึง กุมภาพันธ์เท่านั้น ใครสนใจ ตอนนี้เก็บตังวางแผนทำทริปได้เลย พลาดมาต้องรออีกปีเลยนะ

iSSAMEe
3  พ.ย. 2561