"หมี่ดะ ไร้เดียงสา เล่นโล้ชิงช้า บนดอยสูง
ร่ายรำดังฝูงนกยูง มือจูงล้อมวงหลังดงดินแดน"
นี่คือท่อนหนึ่งจากเพลงหมี่ดะ (ไม่ใช่เพลง มิดะ คนละเพลงกันนะครับ) ที่ทำให้ผมสงสัยว่าชิงช้าที่ชาวอาข่าโล้กันนั้นหน้าตาเป้นอย่างไร?
ชาวอาข่า หรือชาวอีก้อ ผูกพันกับประเพณีโล้ชิงช้า เดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปี จะเป็นช่วงที่ชาวอาข่าจัดพิธีโล้ชิงช้าขึ้น ซึ่งความสำคัญของพิธีโล้ชิงช้าคือ การรำลึกถึงพระคุณแห่งเทพธิดา “อึ่มซาแยะ” ผู้ประทานความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ให้กับพืชพันธุ์ธัญญาหาร และเพื่อเป็นการฉลองให้กับพืชผลที่มีความเจริญงอกงามรอเก็บเกี่ยว รำลึก และให้เกียรติสตรี พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ, การเลี้ยงฉลอง, การเต้นรำ ผู้หญิงในหมู่บ้านชาวอาข่า จะใช้เวลาในการเตรียมเสื้่อผ้าอาภรณ์สวยงาม อย่างพิถีพิถันทั้งปี เพื่อนำมาสวมใส่ในพิธีนี้โดยเฉพาะ
พิธีโล้ชิงช้าของชาวอาข่า ได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษมากว่า 2,700 ปี พิธีดั้งเดิมแบ[โบราณว่ากันว่าจัดงานทั้งสิ้น 33 วัน แต่ในปัจจุบันในประเทศไทย จัดทั้งสิ้น 4 วัน โดยชาวอาข่าจะกระจายอยู่ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ตาก แพร่ และคาดว่าจะมีอีกบางส่วนอยู่ในจังหวัดน่านและพิษณุโลก สำหรับแหล่งชุมชนชาวอาข่าที่ใหญ่ที่สุดและเชื่อว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยคือ บริเวณดอยตุง จังหวัดเชียงราย
iSSAMEe
26 ธ.ค. 2558
**เนื้อเพลง หมี่ดะ
ศิลปิน ลีมา อยู่ลือ ( lima )
ผู้แต่ง ณฐมล ทองถิ่น
บนฟ้าที่มีเมฆลอย บนดอยดินแดนอาข่า
เรื่องราวหลังพงพนา ที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม
เป็นตำนานให้คนจดจำ ทั้งๆที่มันไม่เคยมีจริง
……………………………………………….
สาวน้อยชาวอาข่า พวกเราเรียกว่าหมี่ดะ
เธอคงอยากอธิบาย เรื่องราวร้ายๆน่าอายเหลือเกิน
จากบทเพลงที่ฟังเพลินๆ เหมือนผลักเธอเดินสู่ความมืดมน
……………………………………………………..
สาวสวยเป็นหมันเป็นหม้าย ทอดกายถ่ายทอดตำราวิชาโลกีย์
อยากบอกความจริงให้รู้เสียที ว่าไม่เคยมีขอให้เข้าใจ
เรื่องราวหลังดงพงไพรใครจะรู้ดี กว่าคนอาข่า
…………………………………………………….
หมี่ดะไร้เดียงสา เล่นโล้ชิงช้าบนดอยสูง
ร่ายรำดั่งฝูงนกยูง มือจูงล้อมวงหลังดงดินแดน
เป็นตัวแทนของความสดใส ขอเพียงเข้าใจในความเป็นจริง